>

welcome to:www.pstbd.com
Phraboromsareerikathat   Buddha
                                                                                                 สติปัฏฐานสี่
มหาสติปัฏฐานสูตร เป็นพระสูตรที่ปรากฏในคัมภีร์มหาวรรคทีฆนิกาย มีความสำคัญมากต่อการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งอาจ
กล่าวได้ว่าเป็นทฤษฏีเกี่ยวกับการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน พระพุทธองค์ตรัสว่า “ทางสายนี้เป็นทางเอกหรือทางเดียวเท่านั้น”
          ๑.       เพื่อให้ถึงความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย         ๒.       เพื่อระงับความโศกและความคร่ำครวญ
         ๓.       เพื่อดับทุกข์และโทมนัส                                     ๔.       เพื่อบรรลุญายธรรม คือ อริยมรรค
         ๕.       เพื่อเห็นแจ้งพระนิพพาน
ทางสายเดียวคือ “สติปัฏฐานสี่”สติปัฏฐานสี่ แปลว่า ที่ตั้งของสติสี่อย่าง ซึ่งได้แก่ กาย เวทนา จิต และธรรม  ในอีกความหมายหนึ่ง
ที่เกียวกับการปฏิบัติแปลว่า สติกำหนดสักแต่รู้ว่า ที่ฐานทั้งสี่ คือ กาย เวทนา จิต และธรรม สติปัฏฐานสี่ แบ่งออกเป็นสี่หมวด คือ
๑.        กายานุปปัสสนาปัฏฐาน การมีสติเข้าไปตั้งตามดูกายเพื่อให้เห็นว่ากายเท่านั้นไม่ใช่สัตว์ บุคคล  ตัวตน เรา เขา
๒.       เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน การมีสติเข้าไปตั้งตามดูเวทนาเพื่อให้เห็นว่าเป็นเวทนาเท่านั้น ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา
๓.       จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน การมีสติเข้าไปตั้งตามดูจิตเพื่อให้เห็นว่าจิตนี้นั้นสักแต่ว่าเป็นจิต หรือความคิดเท่านั้น ไม่ใช่ สัตว์
        บุคคล ตัวตน เรา เขา
๔.       ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน การมีสติเข้าไปตั้งตามดูธรรม เพื่อให้เห็นว่าธรรมนี้สักว่าแต่ว่าเป็นธรรมเท่านั้นไม่ใช่สัตว์  บุคคล
         ตัวตน เรา เขา
การเจริญสติปัฏฐาน ๔ คือ การเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้นเอง    เพราะต่างก็มีรูปกับนาม หรือขันธ์ ๕ เป็นอารมณ์ คัมภีร์สัมโมหวิ
โนทนี กล่าวว่า ได้กำหนดรู้รูปขันธ์ด้วยกายานุปัสสนา กำหนดรู้เวทนาขันธ์ด้วยเวทนานุปัสสนา  กำหนดรู้สัญญาขันธ์ และ สังขาร
ขันธ์ด้วยธัมมานุปัสสนาและกำหนดรู้วิญญาณขันธ์ด้วยจิตตานุปัสสนา หรืออีกนัยหนึ่ง
กายานุปัสสนา คือการกำหนดรูปล้วนๆได้แก่ รูปขันธ์                     เวทนานุปัสนา คือการกำหนดนามล้วน ๆ ได้แก่เวทนา
จิตตานุปัสนา   คือการกำหนดนามล้วน ๆ ได้แก่วิญญาณขันธ์        ธัมมานุปัสนา   คือการกำหนดทั้งรูปและนามได้แก่ขันธ์ทั้ง 5
                                                                                         วิปัสสนาภูมิกับรูปนาม
วิปัสสนา แปลว่า ภูมิที่ใช้สำหรับการเจริญวิปัสสนา ธรรมดาการปลูกพืชพันธ์ธัญญาหาร เช่น ข้าวจ้าวหรือข้าวเหนียว เป็นต้น ต้อง
อาศัยพื้นที่นาอุดมสมบูรณ์ทำการเพาะปลูกฉันใด   การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานก็ต้องอาศัยภูมิพื้นที่ปลูกฉันนั้น  ภูมิพื้นที่ ๆ เพาะ
ปลูกเพื่อให้วิปัสสนาเจริญงอกงามมีอยู่ ๖ อย่างคือ
๑.        ขันธ์ ๕                                       ๒.        อายตนะ ๑๒                              ๓.        ธาตุ ๑๘                      
๔.       อินทรีย์ ๒๒    
                          ๕.        อริยสัจ ๔                                     ๖.        ปฏิจจสมุปบาท
วิปัสสนาภูมิทั้ง ๖ เมื่อย่อลงมาแล้วก็ได้แก่ รูป นาม นั่นเอง ผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานควรมีความรู้และความเข้าใจในวิปัสสนาภูมิ
ตามควรเพราะต้องใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติ ตามทฤษฏีจะเลือกข้อใดข้อหนึ่งก็ได้  แต่ในด้านการปฏิบัติมักนิยมเลือกเอาขันธ์
๕ มากที่สุดเพราะขันธ์ ๕ ก็คือตัวเราและขันธ์ ๕ กับ รูปนาม ก็เป็นอันเดียวกัน

                                                                                              ขันธ์ ๕ กับรูปนาม
ขันธ์ หมายถึง หมู่ กอง หมวด ขันธ์ ๕ หรือ เบญจขันธ์ ได้แก่ กองแห่งรูปธรรมห้าหมวดที่ประชุมรวมกันเข้าเป็นหน่วยรวม  ซึ่งทาง
บัญญัติเรียกว่า สัตว์ บุคคล ตัวเรา เขา เป็นต้น มนุษย์เราคือขันธ์ ๕ ซึ่งแบ่งออกเป็น
๑.        รูปขันธ์ ได้แก่ ร่างกายของเรา รวมทั้งพฤติกรรมอาการ และ คุณสมบัติต่างๆองค์ธรรมได้แก่ มหาภูตรูป ๔ และ อุปาทายรูป
๒๔ รวมเป็นรูป ๒๘
๒.       เวทนาขันธ์ ได้แก่  ส่วนที่เป็นการเสวยอารมณ์เป็นสุข เป็นทุกข์ เป็นกลางๆ ถ้าเป็นสุข ก็เรียกว่า สุขเวทนา หรือ อทุกขมสุข
เวทนา บางทีแบ่งออกเป็น ๕ อย่าง คือ สุขเวทนา คือ ความสุขทางกายทุกขเวทนา คือ ความทุกข์ทางกาย ได้แก่ โสมนัสเวทนา คือ
ความสุขทางใจ โทมนัสเวทนา คือ ความทุกข์ ทางใจ และอุเบกขาเวทนา คือ ความรู้สึกเฉย ๆ
๓.        สัญญาขันธ์ ได้แก่ ส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดรู้ หรือ ความจำได้หมายรู้ในสิ่งที่มากระทบทางทวารทั้ง ๖ เกี่ยวข้อกับความจำ
สิ่งต่างๆ ได้ มีอะไรเกิดขึ้นจำไว้ได้ ความจำในลักษณะนี้เรียกว่า สัญญา เช่น จำรูป เสียง กลิ่น รส สิ่งสัมผัสและการนึกคิดได้
๔.        สังขารได้แก่ส่วนที่เป็นการปรุงแต่ง กล่าวคือ เป็นการปรุงแต่งจิตให้คิดไปต่างๆๆนานาถ้าคิดดีก็เป็นบุญหรือกุศล ถ้าคิดไม่
ดีเป็นบาปหรืออกุศล ถ้าคิดกลางๆก็เป็นอัพยากฤต คือ ไม่เป็นบุญ ไม่เป็นบาป ความคิดที่ปรุงแต่จิตในลักษณะนี้เรียกว่าสังขาร
๕.        วิญญาณขขันธ์ ได้แก่ ส่วนที่เป็นความรู้แจ้งอารมณ์หรือสิ่งเร้าภายนอก  กล่าวคือ เป็นความรู้อารมณ์ทางอายตนะทั้ง ๖ ดังนี้
รูป                      กระทบกับตา  เกิดจักขุวิญญาณ(การเห็น)
เสียง                   กระทบกับหู เกิดโสตวิญญาณ(การได้ยิน)
กลิ่น                   กระทบกับจมูก เกิดฆานวิญญาณ(การได้กลิ่น)
รส                      กระทบกับลิ้น เกิด ชิวหาวิญญาณ(การรู้รส)
สิ่งที่สัมผัส         กระทบกับกาย เกิดวิญญาณ(การสัมผัส)
ธรรมารมณ์       กระทบกับใจ เกิดมโนวิญญาณ (การนึกคิด)
จิต คือ ธรรมชาติรู้อารมณ์นี้มีจำนวน ๘๙ ดวง โดยย่อ หรือ ๑๒๑ ดวง โดยพิสดาร รูป เวทนา สัญญา สังขาร  และวิญญาณนี้รวมกัน
เรียกว่าขันธ์ ๕ เมื่อย่อแล้วขันธ์ทั้ง ๕ ก็เหลือ ๒ อย่างเท่านั้น คอ รูปนาม หรือกายกับใจ รูปก็คือรูป นามก็คือ เวทนา สัญญา สังขาร
และ วิญญาณ ส่วนเวทนา สัญญา และ สังขารรวมกันเรียกว่า เจตสิก  ซึ่งมีทั้งหมด ๕๒ ดวง ในเจตสิก ๕๒ ดวงนี้ เป็นเวทนา ๑ ดวง
สัญญา ๑ ดวง และสังขาร ๕๐ ดวง

ตำนานและเรื่องราวของพระบรมสารีริกธาตุ

มหัสจรรย์เรื่องของพระธาตุ

พระธาตุจำนวนมากของหลวงปู่จามเกจิอาจารย์ชื่อดัง

ปาฏิหาริย์พระบรมสารีริกธาตุและอรหันตธาตุ

พระธาตุและพระบรมสารีริกธาตุกับคนไทย

ภาพพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุมากมาย

ประวัติความเป็นมาของพระบรมสารีริกธาตุ

รวมภาพพระธาตุของบุรพาจารย์มากมายหลายรูป

ภาพพระบรมสารีริกธาตุ - พระอรหันตธาตุ

ข้อมูลพระบรมสารีริกธาตุและอรหันตธาตุ

ข้อมูลโดยละเอียดและภาพพระธาตุมากมาย

พระธาตุเจดีย์ประจำปีเกิด และคาถาบูชา

พระไตรปิฎกออนไลน์ ฉบับสยามรัฐ
084.810.9233
084.810.9233
aigda_da@hotmail.com
aig_da@hotmail.com
pstbd_web@hot
mail.com

เจริญพร
ท่านผู้เยี่ยมชมเว็บ

พระบรมสารีริกธาตุ

ยิ่นดีต้อนรับ

ในเวปนี้ท่านจะได้รับชม

ความเป็นมาของพระธาตุ

จุดกำเนิด ฯลฯ อีกมากมาย

และหากท่านประสงค์ที่จะ

รับพระบรมสารีริกธาตุ

ไปบูชา

ชมที่ลิ้งค์ของโครงการ

ท่านจะทราบรายละเอียด

และเงื่อนไขการรับมอบ

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมแจ้ง
ที่เวปบอรด์ของทางชมรม
ซึ่งท่านจะสามารถแสดงความคิดเห็น
และ ฝากข้อความ
ต่าง ๆ ของท่าน
มายังเรา (เวปมาสเตอร์)
เราจะทำการตอบกระทู้สด
และหากท่านประสงค์ที่จะ
สอบถามแบบตรง ๆ ท่านสามารถ แจ้งมาได้ที่
084 - 810 - 9233
พระจิระเดช ญาณธีโร

ค้นหาใน GOOGLE.CO.TH
ค้นหา CodeTukyang.com
ธรรมะปฏิบัติ