>
Phraboromsareerikathat Buddha
welcome to:www.pstbd.com
|
|
ความสำคัญของลมหายใจในพุทธปรัชญา
|
พุทธศาสนาได้เน้นถึงความสำคัญของลมหายใจเช่นเดียวกัน แต่ได้จัดเอาไว้เป็นส่วนหนึ่งของภาคปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับการฝึกจิต
ในอภิธัมมัตถสังคหบาลี ปริเฉทที่ 9 ได้แสดงให้เห็นว่า อานาปานสติ (อานาปานัสสติ) คือการกำหนดลมหายใจเข้าออก เป็นกรรม-
ฐานอย่างหนึ่งในบรรดากรรมฐาน 40 อย่าง อานาปานสติเป็นกรรมฐานที่มีความสำคัญมาก และ ถือว่าเป็นพื้นฐานของกรรมฐาน
อื่นทั้งหมด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสรรเสริญว่าเป็นกรรมฐานที่พระอริยเจ้าทั้งหลาย รวมทั้งพระองค์ด้วย ได้เคยประสบผลสำเร็จ
มาแล้วและยังคงใช้เป็น “วิหารธรรม”อยู่เป็นประจำ พุทธศาสนาแบบตันตระ (Tantric Buddhism) ซึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองในประเทศ
ธิเบต มีการสอนเกี่ยวกับวิธีฝึกจิตโดยการหายใจ เนื่องจากพระพุทธศาสนานิกายนี้ได้รับอิทธิพล อย่างมากจากศาสนาพราหมณ์
หลักการของการปฏิบัติ จึงถูกผสมผสานไปกับวิชาของโยคะ ซึ่งเทคนิคนี้เรียกว่า “ปราณยาม” ยังคงมีปฏิบัติกันอยู่จนถึงทุกวันนี้
ปราณยามถือว่าเป็นรากฐานอันสำคัญที่สุดสำหรับวิชาหะธะโยคะ ซึ่งเป็นวิธีการสูดปราณเข้าไปอย่างมีระเบียบแบบแผนโดยส่ง
กระแสจิตบังคับให้ปราณที่สูดเข้ามา ขึ้นไปสู่ศูนย์ร่วมของประสาทซึ่งเป็นที่สะสมพลัง นอกจากนั้นยังมีการเพ่งจิตให้ กุณฑาลินี
( ขั้วลบของพลังไฟฟ้าซึ่งอยู่ที่ปลายสุดของกระดูกสันหลัง” ผ่านตามจักรต่าง ๆ ถัดขึ้นไปเรื่อยจนถึงวิมานวิษณุ ) (ขั้วบวกของพลัง
ไฟฟ้า ซึ่งขึ้นอยู่ตอนบนศีรษะ ) การบำเพ็ญสมาธิในหลักเช่นนี้เรียกว่า การเดินกำลังภายในในประเทศญี่ปุ่นซึ่งคนจำนวนไม่น้อย
นับถือพุทธศาสนานิกายเซน ( Zen buddhism ) ก็มีวิธีการฝึกจิตอย่างหนึ่งเรียกว่า ซาเซน ( Zazen ) การบำเพ็ญสมาธิแบบซาเซนนี้
อาศัยการกำหนดลมหายใจเข้าออก เป็นอารมณ์เช่นเดียวกันจุดมุ่งหมายของซาเซน มีอยู่สามประการ คือ (1) เพื่อให้เกิดพลังแห่ง
สมาธิ ( power of concentration ) โดยจิตจะสงบแน่วแน่ และ มีอารมณ์เป็นอันเดียว ( เอกัคคตาจิต ) ( 2 ) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรู้
แจ้ง ( satori-awakeninq ) เป็นการเห็นธรรมชาติแท้ (true nature) ของตนเองและธรรมชาติอันติมะ ( Ultimatenature ) ของจักรวาล
และ (3) เพื่อทำให้พุทธภาวะอันบริสุทธิ์ (pure buddhanature)ปรากฏออกมาในตัวเรา และในกิจวัตรประจำวันของเรา
ความหมายของอานาปานสติ
อานาปานสติ หมายความว่า การระลึกอยู่ในลมหายใจเข้าออก คำนี้เมื่อแยกบทแล้วมีสามบทคือ อาน+ปาน (หรืออปาน)+สติ คำว่า
อาน = หายใจเข้า สติ=ความระลึกได้เมื่อรวมแล้วเป็นอานาปานสติ ซึ่งหมายถึงการระลึกถึงลมหายใจเข้าออก อานาปานสตินี้ยังมี
คำเรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า อัสสาสะ ปัสสาสะ คำทั้งสองนี้มีความหมายเป็นอย่างเดียวกัน คือ อัสสาสะแปลว่า ลมหายใจเข้า ปัสสา -
สะ แปลว่าลมหายใจออก
วัตถุประสงค์ของอานาปานสติภาวนา
การเจริญสมาธิภาวนามีวัตถุประสงคืที่สำคัญอยู่4อย่างทั้งในแง่ของสมถะกรรมฐานและในแง่ของวิปัสสนากรรมฐานวัตถุประสงค์
เหล่านี้ถือว่าเป็นประโยชน์โดยตรงที่จัพึงได้ โดยมีพุทธภาษิต ตรัสไว้ว่า
1)เพื่อความสุขทันตาเห็นในปัจจุบัน หมายความว่า ในขณะที่จิตเป็นสมาธิเมื่อนั้นเราก็มีความอิ่มเอิบใจปละความสุข เป็นความสุข
ชนิดที่แท้จริงซึ่งไม่ใช่ความสุขอย่างโลก ๆ คือความสุขที่เกิดจากจิตที่ว่างจากกิเลสชั่วคราว ด้วยอำนาจแห่งสมาธิ
2.)เพื่ออำนาจอันเป็นทิพย์ บางคนอาจเกิดอำนาจทิพย์ ซึ่งหมายถึงอำนาจจิต หรือ อภิญญา เป็นอำนาจพิเศษเหนือกว่าคนธรรมดา
ล้วนแต่เป็นเรื่องของ ปาฎิหาริย์ ทั้งสิ้น
3.)เพื่อความสมบูรณ์ของสติสัมปชัญญะ ตามปกติคนเรานั้นมี สติ และ สัมปชัญญะ ไม่สมบูรณ์เป็นแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆบางทีก็มี หรือ
มีก็ไม่ค่อยสมบูรณ์ ถ้าฝึกสมาธิถูกวิธีแล้ว จะเป็นคนมีสติสัมปชัญญะมากขึ้นหรือสมบูรณ์ จะคิด จะพูด จะทำอะไรก็ว่องไว และ จะ
มี ความจำเก่ง มีความรวดเร็วในการตัดสินใจ ปฏิภาณจะเฉียบแหลมลไวสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ในการ
ดำเนินชีวิตและปฏิบัติธรรม
4.)เพื่อการทำอาสวะให้สินไป หมายถึง การทำกิเลสภายในจิตใจให้หมดไป คือการเจริญสมาธิด้วยการกำหนดพิจารณาสิ่งทั้งหลาย
ทั้งปวงว่าเป็นความไม่เที่ยง(อนิจจัง)เป็นทุกข์(ทุกขัง)และไม่มีตัวตน (อนัตตา)อยู่ตลอดเวลาจะนำไปสู่การปล่อยวาง และทำอาสวะ
กิเลสค่อย ๆ บันเทาจนหมดไปในที่สุดนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง อานาปานสติภาวนา หรือ การเจริญอานาปานสตินั้น ย่อมเป็น
ไปในวัตถุประสงค์ของสมาธิภาวนาประการที่หนึ่ง ประการที่สาม และประการที่สี่ โดยสมบูรณ์ เว้นแต่ประการที่สอง ซึ้งไม่เกี่ยว
กับความดับทุกข์แต่ประการใดยิ่งกว่านั้น อานาปานสติเป็นกรรมฐานประเภทที่สงบ และ ประณีตทั้งโดยอารมณ์และทั้งโดยการ
กำจัดกิเลศ สิ่งที่ควรสังเกตอีกอย่างหนึ่ง คือ การเจริญปานาสติ เป็นการเจริญกรรมฐานที่สามารถทำติดต่อได้โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยน
เรื่องและไม่ต้องเปลี่ยนอารมณ์ตั้งแต่ต้นจนปลาย กล่าวคือ สามารถเจริญ เพื่อให้เกิดสมาธิ ( สมถภาวนา ) ในระยะแรก สมาธิที่เจือ
ปัญญา (สมถและวิปัสสนาภาวนา) ในระยะกลาง และปัญญาอันสูงสุด (วิปัสสนา ภาวนา) ที่ทำให้สิ้นอาสวะได้ในระยะสุดท้าย เป็น
กรรมฐานที่เหมาะสมแก่ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนท่โมหะจริตและวิกตจริต วัตถุหรืออารมณ์ที่ใช้กำหนดก็คือลมหายใจ ซึ่งจะ
ปรากฏอยู่ที่ร่างกายของเรานี่เอง จะนำเอามาใช้เมื่อไรก็ได้ทุกโอกาสและสถานที่
|
084.810.9233 084.810.9233 aigda_da@hotmail.com aig_da@hotmail.com pstbd_web@hot mail.com
|
|
|
|
|
|
เจริญพร
|
|
ท่านผู้เยี่ยมชมเว็บ
|
|
พระบรมสารีริกธาตุ
|
|
ยิ่นดีต้อนรับ
|
|
ในเวปนี้ท่านจะได้รับชม
|
|
ความเป็นมาของพระธาตุ
|
|
จุดกำเนิด ฯลฯ อีกมากมาย
|
|
และหากท่านประสงค์ที่จะ
|
|
รับพระบรมสารีริกธาตุ
|
|
ไปบูชา
|
|
ชมที่ลิ้งค์ของโครงการ
|
|
ท่านจะทราบรายละเอียด
|
|
และเงื่อนไขการรับมอบ
|
|
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมแจ้ง
|
|
ที่เวปบอรด์ของทางชมรม
|
|
ซึ่งท่านจะสามารถแสดงความคิดเห็น
|
|
และ ฝากข้อความ
|
|
ต่าง ๆ ของท่าน
|
|
มายังเรา (เวปมาสเตอร์)
|
|
เราจะทำการตอบกระทู้สด
|
|
และหากท่านประสงค์ที่จะ
|
|
สอบถามแบบตรง ๆ ท่านสามารถ แจ้งมาได้ที่
|
|
084 - 810 - 9233
|
|
|
|
พระจิระเดช ญาณธีโร
|
|
|
|