>
Phraboromsareerikathat Buddha
welcome to:www.pstbd.com
|
|
เหตุปัจจัยหรือจุดกำเนิด
จุดกำเนิดนั้นเริ่มจากพระโยคาวาจร หรือ ผู้ที่ได้ปฏิบัติ ได้เจริญธรรมที่เป็นเครื่องกำจัดกิเลสแล้วได้
บรรลุธรรมเมื่อถึงกาลอวสาน(ตาย)ธาตุกายแตกดับก็จะกลายเป็นพระธาตุโดยธรรมชาติแล้วอาจเกิด
จากพลังแห่งการบรรลุธรรมได้ไปฟอกธาตุกายหยาบ ทำให้ธาตุกายหยาบแปลเป็นพระธาตุได้หรือ
อีกนัยยะ 1 เป็นพลังของธรรมธาตุที่ได้จากการบรรลุ หรือ เสพ เป็นพื้นของจิต ซึ่งจะแตกต่างกับคน
ธรรมดาปุถุชนทั่วไปเพราะพลังธรรมธาตุที่ได้จากการบรรลุนั้น มีอานุภาพในเชิงดับกิเลสไม่ใช่พอก
พูลกิเลส เพราะ ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่พระอรหันที่ได้บรรลุอาสวขะญาณ เมื่อถึงการแตกดับไป อัฐิก็
จะกลายเป็นพระธาตุ เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่าใครก็ตามที่ได้บรรลุธรรม สามารถดับกิเลสถึงขั้นอาส
วขะญาณ อัฐิก็จะกลายเป็นพระธาตุได้ หรือในอีกมติหนึ่ง พระโยคาวาจรที่ได้สำเร็จอภิณญาญาณได้
ทำปาฏิหาริย์ไว้ก่อน (อธิฐาน) ตายเมื่อถึงการแตกดับอัฐิก็จะกลายเป็นพระธาตุได้เหมือนกัน เป็นนัย
ยะของการใช้ฤทธิ์ ส่วนพรรณสัณฐานขององค์พระธาตุนั้นจะออกเป็นลักษณะใดก็จะ ขึ้นอยู่กับการ
ที่พระโยคาวาจร ได้เจริญธรรมนั้นเป็นหลักดังที่ได้กล่าวไว้ ในลิงค์ ที่มา ข้างต้น เช่นเจริญวิปัสสนา
กรรมฐานอัฐิก็จะกลายเป็นลักษณะแบบเพชรนิลจินดา เพราะวิปัสสนากรรมฐานนั้นเป็นกรรมฐาน
แห่งการเจริญปัญญาที่ละเอียดอ่อนยิ่งนักในการดับกิเลส ฉะนั้นธาตุจึงละเอียดตามเป็นหลัก ส่วน
พระโยคาวาจรใดที่ได้กระทำสมถะกรรมฐานเป็นพื้น แล้วต่อมาได้บรรลุธรรม พระธาตุก็จะเป็นไป
ในรูปของสมถะกรรมฐานที่ได้เจริญ เพราะท่านได้เสพธรรมนั้นเป็นพื้นมาก่อน กิริยาจิตจึงเป็นเช่น
นั้น ยกตัวอย่างได้เช่น การเจริญอสุภะกรรมฐาน อัฐิพรรณสัณฐานก็จะดุดดั่งซากศพ คือจะเป็นรูป
กระดูกบ้าง เป็นสีๆบ้าง หากได้เจริญพระกรรมฐานเกี่ยวกับกายคตานุสติ พรรณก็จะดุดดั่งเคลื่องใน
เช่น ปอด ม้าน ตับ ไต เป็นต้น หากได้เจริญพระกรรมฐานเกี่ยวกับกสิน พรรณก็จะดุดดั่งลูกกลม ๆ
เป็นสีต่าง ๆ ซึ่งสีนั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของกสินที่ใช้เพ่ง หรือ ที่ชำนาน เช่น อโลกากสินก็จะเป็นสีขาว
นวลเป็นต้น หากพิจารณาแล้วพระโยคาวาจรที่เจริญพระกรรมฐานกองใด ก็จะมีลักษณะเช่นนั้นแล
มีข้อน่าสังเกตุอยู่อย่างหนึ่ง กล่าวคือพระโยคาวาจรบางรูปได้เจริญกรรมฐานกองเดียวกัน เหมือนกัน
แต่เหตุใดพระธาตุจึงมีลักษณะต่างกัน ดังที่ได้เรียนมาข้างต้น ขึ้นอยู่กับการบรรลุธรรมอีกวาระหนึ่ง
เพราะการบรรลุธรรมนั้นจะมีอยู่จุดๆ หนึ่งที่ทำให้เกิดปัญญา เรียกว่า วิปัสนาญาณนั้นเอง คือเมื่อเกิด
ดวงปัญญาแล้ว การบรรลุซึ่งอาสวขะญาณก็จะปรากฎขึ้น ซึ่งร้อยคนพันคนจะเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน
จุดนี้เองทำให้พระธาตุมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้นหลักที่อาตมาได้กล่าวมาข้างต้นนี้ก็พอที่
จะเป็นหลัก หรือ แนวทางให้ผู้ที่สนใจจะศึกษาเรื่องพระธาตุเบื้องต้นได้นำไปใช้วิเคราะห์ รูป พรรณ
และ สัณฐานได้เป็นอย่างดี ท้ายนี้อาตมาขอฝากข้อคิดให้เป็นคติเตือนใจว่า ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็
แล้วแต่ไม่สำคัญ สำคัญที่ท่านได้บรรลุแล้วซึ่งอรหันตธาตุ หากเราเป็นผู้ที่ยังเจริญอยู่ ก็พึงปฏิบัติบูชา
เทอญจะเกิดผล และ จะเป็นกุศลประโยชน์ หรือ อานิสงค์สืบต่อไปในการณ์เบื้องหน้าได้ จึงขอฝาก
ไว้ให้ท่านผู้ที่เริ่มศึกษาได้พิจารณาด้วยตามนี้ เจริญพร
|
084.810.9233 084.810.9233 aigda_da@hotmail.com aig_da@hotmail.com pstbd_web@hot mail.com
|
|
|
|
|
|
เจริญพร
|
|
ท่านผู้เยี่ยมชมเว็บ
|
|
พระบรมสารีริกธาตุ
|
|
ยิ่นดีต้อนรับ
|
|
ในเวปนี้ท่านจะได้รับชม
|
|
ความเป็นมาของพระธาตุ
|
|
จุดกำเนิด ฯลฯ อีกมากมาย
|
|
และหากท่านประสงค์ที่จะ
|
|
รับพระบรมสารีริกธาตุ
|
|
ไปบูชา
|
|
ชมที่ลิ้งค์ของโครงการ
|
|
ท่านจะทราบรายละเอียด
|
|
และเงื่อนไขการรับมอบ
|
|
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมแจ้ง
|
|
ที่เวปบอรด์ของทางชมรม
|
|
ซึ่งท่านจะสามารถแสดงความคิดเห็น
|
|
และ ฝากข้อความ
|
|
ต่าง ๆ ของท่าน
|
|
มายังเรา (เวปมาสเตอร์)
|
|
เราจะทำการตอบกระทู้สด
|
|
และหากท่านประสงค์ที่จะ
|
|
สอบถามแบบตรง ๆ ท่านสามารถ แจ้งมาได้ที่
|
|
084 - 810 - 9233
|
|
|
|
พระจิระเดช ญาณธีโร
|
|
|
|