>

welcome to:www.pstbd.com
Phraboromsareerikathat   Buddha
                                            พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔
                                                                   ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
                                                       ปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทานที่ ๙ (๑๑๙)
                                                         ว่าด้วยผลแห่งการทำกรรมที่ได้โดยยาก
[๑๒๑]         ในลำดับกาล เมื่อพระสุคตเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสีเสด็จนิพพานในกาลนั้น ข้าพระองค์เข้าถึง
กำเนิดยักษ์และบรรลุถึงยศข้าพระองค์คิดว่า ความได้ด้วยยากแสงสว่างด้วยยาก การตั้งขึ้นยากได้มีแก่เรา
แล้วหนอ   เมื่อโภคสมบัติของเรามีอยู่ พระสุคตเจ้าผู้มีพระจักษุปรินิพพานเสียแล้ว ดังนี้ พระสาวกนามว่า
สาคระ รู้ความดำริของข้าพระองค์ท่านต้องการจะถอนข้าพระองค์ขึ้นจึงมาในสำนักของข้าพระองค์ กล่าว
ว่าจะโศกเศร้าทำไมหนออย่ากลัวเลย จงประพฤติธรรมเถิด ท่านผู้มีเมธาดีพระพุทธ เจ้าทรงส่งเสริมวิทยา
สมบัติของชนทั้งปวงว่า  ผู้ใดพึงบูชาพระ-สัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกยังดำรงพระชนม์อยู่ก็ดี   พึงบูชา
พระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดผักกาดของพระพุทธเจ้า    แม้นิพพานแล้วก็ดี    เมื่อจิตอันเลื่อมใสของผู้นั้น
เสมอกัน บุญก็มีผลมากเสมอกัน  เพราะฉะนั้นท่านจงทำสถูปบูชาพระธาตุของพระชินเจ้าเถิด ข้าพระองค์
ได้ฟังวาจาของท่านสาคระแล้ว ได้ทำพุทธสถูป ข้าพระองค์บำรุงพระสถูปอันอุดมของพระมุนีอยู่ ๕ ปี ข้า
แต่พระองค์ผู้จอมสัตว์     เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์เสวยสมบัติแล้ว
ได้บรรลุอรหัตในกัลปที่๗๐๐แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔    พระ องค์ มีพระ-นามว่าภูริปัญญา ทรง
สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมากคุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระ
องค์ทำให้แจ้งชัดแล้วซึ่งพระพุทธศาสนา  ข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.ทราบว่า  ท่านพระปัจจุปัฏฐาน
สัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
                                   เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒  บรรทัดที่ ๓๖๒๖ - ๓๖๔๘.  หน้าที่  ๑๖๙ - ๑๗๐.
                                       พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕
                                          ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก
                                                               อภิรูปนันทาเถริยาปทานที่ ๖
                                                    ว่าด้วยบุพจริยาของพระอภิรูปนันทาเถรี
[๑๗๖]         ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกพระนามว่าปัสสี มีพระเนตรงาม
มีพระจักษุในธรรมทั้งปวงเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว      ครั้งนั้น ดิฉันเกิดในสกุลใหญ่ที่มั่งคั่งเจริญ  ในพระนคร
พันธุมดี      เป็นหญิงมีรูปงามน่าพึงใจ และ เป็นที่บูชาของประชุมชนได้เข้าเฝ้าพระพุทธวิปัสสีผู้มีความ
เพียรมากเป็นนายกของโลกได้ฟังธรรมแล้วถึงพระองค์เป็นสรณะสำรวมอยู่ในศีลเมื่อพระผู้มีพระภาค
พระองค์นั้น   ผู้มีพระคุณสูงสุดกว่านรชนปรินิพพานแล้ว   ดิฉันได้เอาฉัตรทองบูชาไว้ ณ เบื้องบนแห่ง
พระสถูปที่บรรจุพระธาตุ     ดิฉันเป็นผู้มีจาคะอันสละแล้วมีศีลจนตลอดชีวิตเคลื่อนจากอัตภาพนั้น ละ
ร่างกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่ภพดาวดึงส์ ครั้งนั้น ดิฉันครอบงำเทพธิดาทั้งหมดด้วยฐานะ ๑๐ ประการคือ
ด้วยรูป เสียงกลิ่น รส โผฏฐัพพะ อายุ วรรณะ สุข ยศและความเป็นอธิบดีรุ่งโรจน์ปรากฏอยู่ในภพหลัง
ครั้งนี้ ดิฉันเกิดในพระนครกบิลพัสดุ์เป็นธิดาของศากยราชนามว่า เขมกะ มีนามปรากฏว่นันทาประชุม
ชนกล่าวว่า ดิฉันเป็นผู้หนึ่งซึ่งมีความถึงพร้อมด้วยรูปงามน่าชม เมื่อดิฉันเติบโตเป็นสาว (รู้จัก) ตกแต่ง
รูป และ ผิวพรรณพวกศากยราชมีความวิวาทกันมาก เพราะตัวดิฉัน ครั้งนั้น พระบิดาของดิฉันกล่าวว่า
พวกศากยราชอย่าฉิบหายเสียเลย จึงให้ดิฉันบวชเสีย ครั้นดิฉันบวชแล้วได้ฟังว่าพระตถาคตเจ้าผู้มีพระ
คุณสูงสุดกว่านรชน ทรงติรูป จึงไม่เข้าไปเฝ้า    เพราะดิฉันชอบรูปกลัวจะพบพระพุทธเจ้า จึงไม่ไปรับ
โอวาท ครั้งนั้น  พระพิชิตมารทรงให้ดิฉันเข้าไปสู่สำนักของพระองค์ด้วยอุบาย   พระองค์ทรงฉลาดใน
ทางอุบาย  ได้ทรงแสดงหญิง ๓ ชนิด ด้วยฤทธิ์ คือ หญิงสาวสวยเหมือนรูปเทพอัปสร หญิงแก่ หญิงตาย
แล้ว ดิฉันเห็นหญิงทั้ง ๓ แล้ว มีความสลดใจ ไม่ยินดีในซากศพหญิงที่ตายแล้ว มีความเบื่อหน่ายในภพ
เฉยอยู่ ขณะนั้นพระผู้มีพระภาคนายกของโลกตรัสกะดิฉันว่า   ดูกรนันทาท่านจงดูร่างกายที่ทุรนทุราย
ไม่สะอาดโสโครก    ไหลเข้าถ่ายออกอยู่ ที่พวกพลาชนปรารถนากัน     ท่านจงอบรมจิตให้เป็นสมาธิมี
อารมณ์อย่างเดียวด้วยอสุภเถิด รูปนี้เป็นฉันใดรูปท่านนั้นก็เป็นฉันนั้นรูปท่านนั้นเป็นฉันใดรูปนี้ก็เป็น
ฉันนั้น เมื่อท่านพิจารณาเห็นรูปนั้นอย่างนี้ มิได้เกียจคร้านทั้งกลางคืนกลางวันแต่นั้นก็จะเบื่อหน่ายอยู่
ด้วยปัญญาของตน    ดิฉันผู้ไม่ประมาทพิจารณาในร่างกายนี้อยู่โดยแยบคายแล้วก็เห็นกายนี้ทั้งกายใน
ภายนอกตามความเป็นจริงเมื่อเป็นเช่นนั้นดิฉันจึงเบื่อหน่ายในกายและไม่ยินดีเป็นภายใน ไม่ประมาท
ไม่เกาะเกี่ยว เป็นผู้สงบเย็นแล้ว  ข้าแต่พระมหามุนี    หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพโสต
ธาตุ และในเจโตปริยญาณ รู้ปุพเพนิวาสญาณ และทิพจักษุอันหมดจดวิเศษหม่อมฉันสิ้นอาสวะทั้งปวง
แล้วบัดนี้ภพใหม่ไม่มีข้าแต่พระมหาวีรเจ้าหม่อมฉันมีญาณในอรรถะธรรมะนิรุตติ และปฏิภาณเกิดขึ้น
แล้วในสำนักของพระองค์ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนา ดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.ทราบว่า
ท่านพระอภิรูปนันทาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
                          เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓  บรรทัดที่ ๖๔๘๓ - ๖๕๒๗.  หน้าที่  ๒๗๘ - ๒๘๐.
เรื่องในพระไตรปิฎก

ตำนานและเรื่องราวของพระบรมสารีริกธาตุ

มหัสจรรย์เรื่องของพระธาตุ

ปาฏิหาริย์พระบรมสารีริกธาตุและอรหันตธาตุ

พระธาตุและพระบรมสารีริกธาตุกับคนไทย

ภาพพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุมากมาย

ประวัติความเป็นมาของพระบรมสารีริกธาตุ

รวมภาพพระธาตุของบุรพาจารย์มากมายหลายรูป

ภาพพระบรมสารีริกธาตุ - พระอรหันตธาตุ

ข้อมูลพระบรมสารีริกธาตุและอรหันตธาตุ

ข้อมูลโดยละเอียดและภาพพระธาตุมากมาย

พระธาตุเจดีย์ประจำปีเกิด และคาถาบูชา

พระไตรปิฎกออนไลน์ ฉบับสยามรัฐ
084.810.9233
084.810.9233
aigda_da@hotmail.com
aig_da@hotmail.com
pstbd_web@hot
mail.com

เจริญพร
ท่านผู้เยี่ยมชมเว็บ

พระบรมสารีริกธาตุ

ยิ่นดีต้อนรับ

ในเวปนี้ท่านจะได้รับชม

ความเป็นมาของพระธาตุ

จุดกำเนิด ฯลฯ อีกมากมาย

และหากท่านประสงค์ที่จะ

รับพระบรมสารีริกธาตุ

ไปบูชา

ชมที่ลิ้งค์ของโครงการ

ท่านจะทราบรายละเอียด

และเงื่อนไขการรับมอบ

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมแจ้ง
ที่เวปบอรด์ของทางชมรม
ซึ่งท่านจะสามารถแสดงความคิดเห็น
และ ฝากข้อความ
ต่าง ๆ ของท่าน
มายังเรา (เวปมาสเตอร์)
เราจะทำการตอบกระทู้สด
และหากท่านประสงค์ที่จะ
สอบถามแบบตรง ๆ ท่านสามารถ แจ้งมาได้ที่
084 - 810 - 9233
พระจิระเดช ญาณธีโร

ค้นหาใน GOOGLE.CO.TH
ค้นหา CodeTukyang.com