>

welcome to:www.pstbd.com
Phraboromsareerikathat   Buddha
พรรณและสัณฐาน
พระบรมสารีริกธาตุนั้น แบ่งออกเป็น 3 สัณฐาน คือ
สัณฐานเท่าเมล็ดข้าวสารแตก  คือมีลักษณะคล้ายเมล็ดข้าวสาร หรือ เหมือนปลายเมล็ดข้าวสารหัก
สัณฐานเท่าเมล็ดพันธ์ผักกาด   คือมีลักษณะคล้ายเมล็ดพันธ์ผักกาด เป็นองค์เล็ก ๆ
สัณฐานเท่าเมล็ดถั่วแตก           คือมีลักษณะคล้ายเมล็ดถั่วที่หักครึ่ง มีลักษณะคล้ายดังรูปถั่วแดง

แยกพรรณได้ 3 พรรณ
สีดอกพิกุล      คือมีลักษณะออกเป็นสีชมพู บ้างก็ออกสีแดง บ้างก็ออกสี ชมพูปนสีแดง
สีใส                  คือมีลักษณะออกเป็นสีใส ๆ เป็นลักษณะแก้ว
สีทองอุไร        คือมีลักษณะออกเป็นสีทอง ออกเหลืองๆ   บ้างก็เหลืองอ่อน บ้างก็เข้ม บ้างก็ปนชมพู
บ้างก็ปนแดง
                                                                                                    (ฐานข้อมูลพระไตรปิฎกฉบับธรรมทาน)
หากพิจารณาแล้วนั้นพรรณและสัณฐานของพระบรมสารีริกธาตุ  ยังมีสัณฐานอื่นปนมาอีกมาก  ซึ่งก็เป็น
เรื่องที่น่าแปลกเหมือนกัน   ตามแนวในพระไตรปิฎกได้จำแนกพรรณและสัณฐาน  ออกเป็นส่วนๆ   ตาม
ลักษณะข้างต้น แต่ลักษณะบางประการก็ยังปรากฏอยู่ เช่น สัณฐานเมล็ดข้าวสาร สัณฐานที่เป็นเตโชธาตุ
สัณฐานแดง เป็นต้น ทั้งนี้จากการศึกษาและค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม ได้ทราบจากครูบาอาจารย์ว่า พระบรม
สารีริกธาตุที่ได้บัญญัติในพระไตรปิฎกนั้นถือกำหนดลักษณะของสัณฐานโดยภาพรวม แต่ ไม่ได้กำหนด
ลักษณะปลีกย่อยของสัณฐานโดยละเอียด  ฉะนั้นพระบรมสารีริกธาตุจึงมีลักษณะ พรรณ และ สัณฐานที่
เป็นลักษณะส่วนปลีกย่อยแตกต่างกันออกมาอีกมิใช่มีแต่สัณฐานที่พระไตรปิฎกกล่าวมาอย่างเดียวจึงขอ
ให้ทำความเข้าใจไว้ก่อนต้น ๆ  เพราะจะได้ไม่สับสน  ว่าอะไรเป็นอะไร  สัณฐานใดเป็นสัณฐานใด  และ
ในการที่จะจำแนกพระบรมสารีริกธาตุก็ดี พระปัจเจกธาตุก็ดี  พระอรหันตธาตุก็ดี  ยังมีหลักเกณฑ์ในการ
พิจารณาที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง  ก็คือการพิจารณาตามธาตุทั้ง 4  กล่าคือธาตุทั้งหลายทั้งมวลที่เป็นไปใน
รูปธรรม ย่อมหนีไม่พ้น ธาตุทั้ง 4  ประการนี้ และร่างกายก็เช่นกัน จัดเป็นธาตุที่เป็นรูปธรรมอย่างหนึ่ง ที่
มีลักษณะอันจะจำแนกตามธาตุทั้ง 4 ได้ จึงมีหลักในการพิจารณาดังนี้                                              
1.ธาตุดิน  ธาตุดินนั้นได้แก่ ของที่มีลักษณะแข็ง  เช่น  ผม ขน  หนัง เล็บ ฟัน  เป็นต้น  พระธาตุที่มีธาตุดิน
ส่วนใหญ่จะมีลักษณะออกสีน้ำตาล บ้างก็หนัก บ้างก็แข็ง และออกไปในทางสีนวล ๆ
2.ธาตุน้ำ  ธาตุน้ำนั้นได้แก่ ของที่มีลักษณะอ่อน หรือ ของเหลว เช่น  เลือด  น้ำเหลือง  ดี  เสมหะ  เป็นต้น
พระธาตุที่มีลักษณะเป็นธาตุน้ำ ส่วนใหญ่จะมีลักษณะ สีอ่อนๆจางๆ หรือ มีลักษณะเย็นตา
3.ธาตุลม  ธาตุลมนั้นได้แก่ ของที่มีลักษณะเบาพัดพาไปตามส่วนต่าง ๆ เช่น ลมพัดขึ้นเบื้องบน ลมพัดลง
เบื้องล้าง เป็นต้น  พระธาตุที่มีลักษณะเป็นธาตุลม ส่วนใหญ่จะมีลักษณะ กลมพลิ้ว และเบาบ้างก็โปร่งใส
บ้างก็เป็นลักษณะหยดน้ำออกใส ๆ
4.ธาตุไฟ   ธาตุไฟนั้นได้แก่ของที่มีลักษณะร้อน อันได้แก่ ไฟที่ให้ความอบอุ่น ไฟที่ช่วยย่อยอาหาร ไฟที่
เผาร่างกายให้แก่ลง เป็นต้น  พระธาตุที่มีลักษณะเป็นธาตุไฟ  ส่วนใหญ่จะมีลักษณะ  เป็นสีเข็มแก่น หรือ
สีแดง บ้างก็ ดำ บ้างก็ เขียวแสดๆ บ้างก็ออกสีเข็ม

ในการพิจารณาแยกพระธาตุออกเป็นส่วน ๆนั้นจะใช้หลักเกณฑ์ นี้เป็นตัวตัดสิน  ซึ่งในเชิงการปฏิบัตินั้น
ยังเป็นการยากที่จะสามารถจำแนกแยกธาตุออกเป็นส่วน ๆได้ เพราะพระธาตุนั้นมีมากมายหลายสัณฐาน
หลายพรรณวรรณะ ไม่สามารถที่จะระบุได้แน่ชัดว่าธาตุใดเป็นธาตุใด   ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ
หรือ อาศัยดวงตาที่ 3  ในการพิจารณา   ซึ่งในการเข้าถึงดวงตาที่ 3 ก็ยากอีกเช่นกัน  จึงขอทิ้งท้ายว่าไม่ว่า
จะเป็นธาตุใด หรือของใครก็ตามหากได้ทำการสักการบูชาด้วยจิตศรัทธา ก็มีอานิสงค์ทั้งนั้น ฉะนั้นเราไม่
ควรที่จะไปแยกเป็นส่วน ๆ ให้ยุ่งยาก เพราะหลักการก็คือการนำไปบูชา เพื่อให้เกิดอานิสงค์นั้นเอง

ส่วนพรรณสัณฐานของพระปัจเจกพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกนั้นมีมากมายนักไม่สามารถที่จะอธิบาย
และพรรณาได้หมด แต่  ณ. ที่นี้ จะบรรยายเฉพาะพระบรมสาริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เท่านั้น  และ  ยังมีสัณฐาน นอกเหนือจากนี้อีกคือ
1) พระธันตธาตุ หรือ พระเขี้ยวแก้ว          มี   4  พระองค์
2) พระรากขวัญทั้ง                                      มี   2  พระองค์
3) พระอุณหิส                                              มี    1  พระองค์
                                            รวมเป็น  7  พระองค์
พระบรมธาตุสัณฐานดังกล่าวนี้ไม่ได้แตกดับย่อยยับไปด้วย  แต่จะยังคงสะภาพที่เป็นองค์เหมือนเดิมด้วย
พระพุทธอธิฐาน และ ยังมีนอกเหนือจากนี้อีกคือ ผ้าห่อหุ้มพระบรมศพชั้นใน 1 ผืนชั้นนอก 1 ผืนที่ไม่สะ
ลายไป
              (กลุ่มวิชาการพระพุทธศาสนาและจริยศึกษา กองศาสน  ศึกษา กรมศาสนา, 2538:84 - 85 )
พรรณและสัณฐาน

ตำนานและเรื่องราวของพระบรมสารีริกธาตุ

มหัสจรรย์เรื่องของพระธาตุ

ปาฏิหาริย์พระบรมสารีริกธาตุและอรหันตธาตุ

พระธาตุและพระบรมสารีริกธาตุกับคนไทย

ภาพพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุมากมาย

ประวัติความเป็นมาของพระบรมสารีริกธาตุ

รวมภาพพระธาตุของบุรพาจารย์มากมายหลายรูป

ภาพพระบรมสารีริกธาตุ - พระอรหันตธาตุ

ข้อมูลพระบรมสารีริกธาตุและอรหันตธาตุ

ข้อมูลโดยละเอียดและภาพพระธาตุมากมาย

พระธาตุเจดีย์ประจำปีเกิด และคาถาบูชา

พระไตรปิฎกออนไลน์ ฉบับสยามรัฐ
084.810.9233
084.810.9233
aigda_da@hotmail.com
aig_da@hotmail.com
pstbd_web@hot
mail.com

เจริญพร
ท่านผู้เยี่ยมชมเว็บ

พระบรมสารีริกธาตุ

ยิ่นดีต้อนรับ

ในเวปนี้ท่านจะได้รับชม

ความเป็นมาของพระธาตุ

จุดกำเนิด ฯลฯ อีกมากมาย

และหากท่านประสงค์ที่จะ

รับพระบรมสารีริกธาตุ

ไปบูชา

ชมที่ลิ้งค์ของโครงการ

ท่านจะทราบรายละเอียด

และเงื่อนไขการรับมอบ

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมแจ้ง
ที่เวปบอรด์ของทางชมรม
ซึ่งท่านจะสามารถแสดงความคิดเห็น
และ ฝากข้อความ
ต่าง ๆ ของท่าน
มายังเรา (เวปมาสเตอร์)
เราจะทำการตอบกระทู้สด
และหากท่านประสงค์ที่จะ
สอบถามแบบตรง ๆ ท่านสามารถ แจ้งมาได้ที่
084 - 810 - 9233
พระจิระเดช ญาณธีโร

ค้นหาใน GOOGLE.CO.TH
ค้นหา CodeTukyang.com